“ถั่งเช่า” ราชาสมุนไพรจีนกับการรับมือวัยทอง

“ถั่งเช่า” ราชาสมุนไพรจีนกับการรับมือวัยทอง

สวัสดีค่ะ หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินคำว่า “วัยทอง” กันมาบ้าง และคงมีหลายคนที่กังวลและอยากจะรู้ว่าตัวเองนั้นเป็นวัยทองหรือเปล่า วัยทองมีอาการเป็นอย่างไร และเราจะมีวิธีการรับมือกับวัยทองได้อย่างไร วันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับ “วัยทอง” มาฝากกันค่ะ ลองอ่านและทำความเข้าใจกันดูนะคะ และที่สำคัญสมุนไพร “ถั่งเช่า” จะช่วยแก้ไขปัญหาให้วัยทองได้อย่างไร

วัยทอง (Menopause) คืออะไร ภาวะที่สตรีเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน รังไข่จะหยุดการผลิตไข่ ทำให้ไม่มีประจำเดือนอีกซึ่งจะทำให้ผู้หญิงไม่สามารถมีบุตรได้อีกต่อไป เนื่องจากรังไข่หยุดการผลิตฮอร์โมน ทำให้ฮอร์โมนที่เคยมีตามปกติ น้อยลง ผู้ที่เข้าสู่วัยทองจะมีอายุโดยเฉลี่ยประมาณ 45-55 ปี  จะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและจิตใจ โดยอาการวัยทองนี้อาจจะหายไปเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยชรา หรืออาจจะคงอยู่ไปตลอดจนสิ้นอายุขัย

อาการของวัยทอง

โดยก่อนที่ผู้หญิงจะเข้าสู่วัยทอง ร่างกายก็จะมีการเปลี่ยนแปลง เสมือนเป็นสัญญาณบ่งบอกแจ้งเตือนล่วงหน้า อาการคือ ประจำเดือนเริ่มมาคลาดเคลื่อน หรือมาไม่สม่ำเสมอ มากะปริบกะปรอย และประจำเดือนอาจขาดไปกว่า 1 ปี แต่กลับมาเป็นอีกครั้ง ก่อนที่จะหมดประจำเดือนอย่างถาวร และหลังจากที่ผู้หญิงเข้าสู่วัยทองหรือวัยหมดประจำเดือนแล้ว จะเริ่มมีอาการต่าง ๆ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ดังนี้

  1. ไม่มีประจำเดือน ช่องคลอดแห้ง
  2. ร้อนวูบวาบ ไม่สบายตัว มีเหงื่อออกในตอนกลางคืน
  3. มีปัญหาเรื่องการนอน นอนน้อย นอนไม่หลับ
  4. ผิวแห้ง หนังศีรษะบาง ผมร่วง
  5. อ้วนขึ้น ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้น้อยลง
  6. ไม่มีสมาธิ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย


การวินิจฉัยวัยทอง

การวินิจฉัยวัยทองสามารถวินิจฉัยด้วยตนเอง โดยการบันทึกช่วงวันที่มีประจำเดือน เพื่อให้ทราบช่วงเวลาวันสุดท้ายที่ประจำเดือนขาด สามารถสังเกตได้จากการที่ไม่มีประจำเดือนมาเป็นระยะเวลากว่า 1 ปีขึ้นไป ทั้งที่ไม่ได้มีการใช้ฮอร์โมนคุมกำเนิดใด ๆ โดยสามารถสังเกตอาการผิดปกติของตนเอง เช่น อาการร้อนวูบวาบ นอนไม่ค่อยหลับ อารมณ์แปรปรวนหงุดหงิดง่ายหรืออาจจะมีอาการอื่น ๆ ของวัยทองร่วมด้วย  หากไม่ได้มีอายุอยู่ในช่วงวัยที่จะเข้าสู่วัยทอง แต่ประจำเดือนขาดติดต่อกันเป็นเวลานาน ให้สังเกตและบันทึกอาการ แล้วปรึกษาแพทย์

การวินิจฉัยวัยทองโดยแพทย์ แพทย์จะสอบถามอาการว่ามีอาการเป็นอย่างไรและสอบถามวันที่ประจำเดือนมาล่าสุดและ ช่วงระยะเวลาที่ประจำเดือนขาดหายไป การเข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือนเป็นเรื่องปกติของสตรีที่มาถึงวัยนี้

แต่ถ้าหากสงสัยว่าตัวเองเป็นภาวะหมดประจำเดือนก่อนกำหนดหรือไม่ หรือต้องการตรวจเพื่อความมั่นใจ แพทย์จะใช้ชุดตรวจเลือดเพื่อตรวจหาระดับของ Follicle-Stimulating Hormone (FSH) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่สร้างไข่และกระตุ้นให้ไข่สุก มีผลต่อการมีประจำเดือนของผู้หญิง ส่วนฮอร์โมน Thyroid-Stimulating Hormone (TSH) เป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นการทำงานของต่อมไทรอยด์ แพทย์จะใช้ตรวจหาเฉพาะในผู้ที่สงสัยว่าน่าจะมีระดับไทรอยด์ต่ำเท่านั้น เพราะจะส่งผลต่อความผิดปกติของรอบเดือนด้วย


การรักษาวัยทอง

อาการของ “วัยทอง” นั้นเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกายของผู้หญิงที่เปลี่ยนไปตามวัย ซึ่งหากเราสามารถควบคุมและสามารถอยู่ร่วมกับอาการเหล่านั้นได้ ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวกับแพทย์ แต่ถ้าหากอาการเหล่านั้นที่เป็นแล้วมาสร้างปัญหาต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจมากจนเกินการควบคุม หรือสงสัยว่าจะเข้าสู่วัยทองก่อนวัยอันควร ก็สามารถเข้าไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาได้โดยการดูแลตนเองหรือการรักษาอาการวัยทอง สามารถทำได้ดังนี้

  1. หากมีอาการร้อนวูบๆวาบๆ ให้สวมใส่เสื้อผ้าโปร่งสบาย และอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น ดื่มน้ำเย็นที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่รสเผ็ดร้อนหรือมีคาเฟอีน และไม่ควรสูบบุหรี่หรือดื่มสุรา
  2. หากมีอารมณ์แปรปรวน ก็ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียดและความวิตกกังวลในชีวิตประจำวัน และหากิจกรรมทำเพื่อความผ่อนคลาย
  3. หากมีภาวะอ้วน ระบบการเผาผลาญไม่ดี กระดูกไม่ค่อยแข็งแรง ก็ควรที่จะรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูง รวมทั้งควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม
  4. การให้ฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement Therapy – HRT) เป็นการให้ฮอร์โมนทดแทนเพื่อลดและบรรเทาอาการจากการหมดประจำเดือน เช่น อาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกในตอนกลางคืน ช่องคลอดแห้ง ความต้องการทางเพศลดลง เป็นต้น โดยจะให้เป็นรูปแบบยาเม็ด เจลทาบนผิวหนัง แผ่นติดบนผิวหนัง หรือแบบฝังหลอดยาไว้ใต้ผิวหนัง โดยการให้ฮอร์โมนทดแทนมี 2 แบบหลัก คือ
  • การให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนร่วมกับโปรเจสโตเจน – ใช้สำหรับผู้ที่ยังมีมดลูกอยู่ตามปกติ
  • การให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนเพียงอย่างเดียว – ใช้กับผู้ที่เคยผ่าตัดเอามดลูกออกไปแล้ว

ขณะนี้ การรักษาด้วยการให้ฮอร์โมนกำลังเป็นที่ถกเถียงกันถึงผลดีและผลเสีย เพราะวิธีการนี้อาจมีผลกระทบข้างเคียงต่อผู้ป่วยบางราย เช่น เกิดอาการปวดหัว มีเลือดออกจากช่องคลอด เพิ่มความเสี่ยงของการแข็งตัวของเลือด และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านม

  1. การรักษาด้วยยา แพทย์จะให้ยากลุ่มยาต้านเศร้า (Antidepressant) ผู้หญิงวัยทองมักมีอารมณ์แปรปรวนและ ยาต้านเศร้าจะใช้ในรายที่แพทย์วินิจฉัยแล้วว่ามีภาวะซึมเศร้า ส่วนอาการในภาวะหมดประจำเดือนจะมีอาการ คือ ช่องคลอดแห้ง เจ็บหรือคันบริเวณช่องคลอด สามารถบรรเทาได้ด้วยการใช้ครีม สารเพิ่มความชุ่มชื่นหรือเจลหล่อลื่นในช่องคลอดโดยตรง
  2. การแพทย์ทางเลือก อย่างการฝังเข็มหรือการใช้สมุนไพร เช่น แบล็ค โคฮอช (Black Cohosh) เป็นสารสกัดจากสมุนไพรที่เป็นที่ยอมรับในวงกว้างถึงผลทางการรักษาอาการวัยทอง อย่างอาการร้อนวูบวาบ มีเหงื่อออกในตอนกลางคืน และปัญหาอารมณ์แปรปรวน
  3. กิจกรรมบำบัด การทำกิจกรรมต่าง ๆ จะช่วยลดความตึงเครียดและเพิ่มความผ่อนคลายให้ผู้หญิงในวัยทอง อย่างการนั่งสมาธิ และบางกิจกรรมก็ส่งเสริมสุขภาพร่างกายได้ด้วยตนเอง อย่างการเล่นโยคะ หรือไทเก๊ก ส่วนกิจกรรมบำบัดที่เน้นกระบวนการคิดและการพัฒนาจิตใจ คือ การบำบัดปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy: CBT) เป็นการทำจิตบำบัดระยะสั้น ผู้ป่วยต้องเข้าพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อพูดคุยและหาทางออกของปัญหาที่กำลังเผชิญผ่านกระบวนการคิดและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิต เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากและควบคุมจัดการปัญหาได้ด้วยตนเอง มีทั้งการทำจิตบำบัดแบบกลุ่มและรายบุคคล มีประสิทธิผลทางการรักษาต่อผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตหรือความผิดปกติทางอารมณ์ โดยกระบวนการบำบัดเป็นไปใต้การดูแลของจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา


ภาวะแทรกซ้อนของวัยทอง

  1. ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหรืออาการบางอย่างขึ้น เพราะเอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนที่มีผลต่อเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย
  2. โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง และภาวะอ้วน เนื่องจากระบบการเผาผลาญร่างกายที่เสื่อมถอย อาจทำให้มีไขมันอุดตันตามส่วนต่าง ๆ หรืออุดตันในเส้นเลือด
  3. โรคกระดูกพรุน ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อกระดูก ระดับฮอร์โมนที่ลดลงจึงมีผลต่อกระบวนการสร้างกระดูก ผู้ที่อยู่ในวัยทองจึงมีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน เพราะกระดูกจะเปราะและแตกหักได้ง่าย
  4. ปัสสาวะเล็ดหรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เนื้อเยื่อบริเวณอวัยวะเพศและท่อปัสสาวะเสียความยืดหยุ่นและเสื่อมสภาพ ทำให้มีอาการปัสสาวะเล็ดบ่อย ๆ หรือมีปัสสาวะพร้อมกับการไอหรือจาม เสี่ยงต่อการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
  5. ปัญหาทางเพศ ช่องคลอดแห้ง ความยืดหยุ่นของช่องคลอดลดลง อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ ความเจ็บปวด หรือมีเลือดออกขณะมีเพศสัมพันธ์


การป้องกันวัยทอง

การป้องกันวัยทอง ภาวะหมดประจำเดือนเป็นธรรมชาติของร่างกายผู้หญิงเมื่อเข้าสู่วัยทอง แนวทางการป้องกันจึงเป็นการป้องกันการหมดประจำเดือนก่อนถึงวัยอันควร และป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย ทำได้โดย

  1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลเซียมกับวิตามินดี
  2. ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมสม่ำเสมอ เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ตามเกณฑ์ และเร่งการเผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกาย
  3. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอาจทำให้ร่างกายอ่อนล้าและต้องการการพักผ่อนมากกว่าปกติ แต่บางครั้งอาจมีอาการร้อนวูบวาบทำให้นอนหลับไม่สนิทหรือไม่สบายตัว ควรนอนหลับในห้องที่มีอุณหภูมิต่ำ อากาศเย็นสบาย และเตรียมน้ำไว้ใกล้ตัวเพื่อดื่มเมื่อมีอาการร้อนวูบวาบกลางดึก ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงความเครียดและความวิตกกังวล อันจะส่งผลให้มีปัญหาการนอนและความแปรปรวนของอารมณ์ตามมาด้วย
  4. ควบคุมจัดการอาการที่เกิดขึ้น ทำความเข้าใจกับภาวะหมดประจำเดือน เตรียมความพร้อมเมื่อเข้าสู่วัยทอง ตรวจสุขภาพร่างกายอยู่
  5. รับประทานสมุนไพร “ถั่งเช่า” เพื่อลดอาการวัยทอง โดยถั่งเช่าจะสามารถช่วยสตรีวัยทองได้ดังนี้
  • สมุนไพรถั่งเช่าช่วยบรรเทาอาการ เช่น อารมณ์แปรปรวน อาการร้อนวูบวาบ เต้านมมีขนาดเล็กลง ไม่เต่งตึง ผนังช่องคลอดบางลง ไม่มีน้ำหล่อลื่น และอาการผิดปกติต่าง ๆ ของวัยทอง
  • สมุนไพรถั่งเช่าช่วยปรับสมดุลร่างกาย บำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย ช่วยกระตุ้นการใช้ออกซิเจนสูงขึ้น 40% ทำให้สดชื่น ลดอาการอ่อนเพลีย ไม่เหนื่อยง่าย ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น
  • สมุนไพรถั่งเช่าช่วยการเพิ่มการตอบสนองทางระบบประสาทและการสัมผัสให้ไวขึ้น
  • สมุนไพรถั่งเช่าช่วยบำรุงระบบไหลเวียนเลือด ปรับสมดุลของเซลล์ เม็ดเลือดแดง และเม็ดเลือดขาว ช่วยควบคุมระดับความดันเลือด ทำให้เลือดลมเดินดีขึ้น
  • มีผลในการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ถึง 86% เมื่อรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำหน้าที่กำจัดซุปเปอร์ออกไซด์ ที่ทำลายเซลล์ดีในร่างกาย กระตุ้นการหลั่ง Growth Hormone ทำหน้าที่คงความอ่อนเยาว์ ลดเลือนริ้วรอย ช่วยชะลอความแก่ชรา ทำให้ผิวเต่งตึง ดูอ่อนกว่าวัย

 

Cr. วรวิทย์ โรจนวิภาต