บริโภคถั่งเช่าอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

บริโภคถั่งเช่าอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ในตอนที่เราไม่มีอาการเจ็บป่วยใด ๆ เราก็มักจะคิดว่าเราแข็งแรงดีอยู่เสมอ หรือไม่หากมีอาการเจ็บป่วยแค่เล็ก ๆ น้อย ๆ เราก็จะไม่ค่อยสนใจสุขภาพกันสักเท่าไหร่ ไม่ไปหายามากินด้วยความคิดที่ไปหาหมอก็เปลืองป่าว ๆ หมอก็ให้ยาเดิม ๆ มา หรือไม่ก็คิดว่าป่วยเองได้ก็หายเองได้เหมือนไข้หวัด คิดว่าร่างการเรามหัศจรรย์รักษาโรคได้ด้วยตัวเองได้ ก็จริงนะร่างกายของเราสามารถทำแบบนั้นได้ก็จริง แต่ไม่ทั้งหมด แค่บางโรคที่ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันเองได้เท่านั้นแหละ ไม่อย่างนั้นจะมียา มีหมอ มีโรงพยาบาล มีอาหารเสริมบำรุงร่างกายทำไมกัน อย่างไรร่างกายของมนุษย์อย่างเรายังต้องการสิ่งช่วยบรรเทาหรือรักษาเมื่อยามเจ็บป่วย วันนี้เรามีบทความดี ๆ เกี่ยวกับเห็ดถั่งเช่าเพื่อการดูแลสุขภาพมาฝากกันคะ

ถั่งเช่า เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับผลลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั่ว ๆ ไป โดยราคาเฉลี่ยต่อ 1 แคปซูลบางอยู่ที่ประมาณ 20 – 40 บาท หรือบางยี่ห้ออาจมีราคาสูงถึง 90 – 200 บาทเลย แล้วราคาเท่าไหร่ละถึงจะเหมาะที่จะซื้อมารับประทานกัน เรามีวิธีการพิจารณาการเลือกซื้อถั่งเช่ามากฝากกันคะ

1. ตรวจสอบ (Test Report) ก่อนว่าคุณภาพอยู่ในระดับใด
2. ส่วนใดของถั่งเช่าที่นำมาบรรจุใส่ในแคปซูล หากเป็น Fruit Body ล้วน ๆ บวกกับค่า Test Report (adenosine + cordycepins รวมกัน) มากกว่า 600 – 800 mg./100 mg. ราคา 30 – 50 บาท/แคปซูลก็ถือว่าราคานี้เหมาะสม
3. แต่ถ้าหากนำฐานดอกมาบรรจุลงในแคปซูล หรือ compost ก็น่าจะซื้อขายกันในราคาประมาณ 8 – 10 บาท/แคปซูล
4. ในกรณีที่มีการรวมบรรจุลงในแคปซูลทั้งหมด 100% จากในขวดเพาะ (Fruit body + Compost) ราคาที่เหมาะสมก็น่าจะอยู่ที่ 20 – 30 บาท

เมื่อเราได้ถั่งเช่าที่มีคุณภาพและได้ราคาที่เหมาะสมมาแล้วก่อนจะบริโภคก็ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนเพื่อให้เกิดประโยชน์กับร่างกายอย่างสูงสุด

1. ควรรับประทานตอนท้องว่าง เพราะจะสามารถดูดซึมสารอาหารได้เต็มที่ 100%
2. ไม่ควรรับประทานร่วมกับชาจีน โสม หรือกาแฟ เพรามีคุณสมบัติหักล้างกัน
3. ไม่ควรรับประทานใกล้ ๆ กับช่วงเวลาที่มีการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะฤทธิ์ของเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทำให้สารทางยาบางตัวเสื่อมลง
4. ไม่ควรชงดื่มกับน้ำที่มีอุณหภูมิเกิน 85 องศา เพราะความร้อนจะทำให้สาร SOD polysaccharide, Ergosterole หรือแร่ธาตุที่มีประโยชน์บางตัวเกิดการสลายตัว เสื่อมสภาพ ทำคุณสมบัติของตัวยาในถั่งเช่าลดลง
5. ไม่ควรรับประทานร่วมกับยาบางชนิด เช่น ยาระงับประสาท ยาโด้ป หรือกลุ่มยากระตุ้นจำพวกซีเคลนาฟีน และยาเสพติดทุกชนิด เช่น กัญชา มอร์ฟีน กระท่อม แอมแฟตามิน

เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้ถั่งเช่าที่เรารับประทานเข้าไปให้ได้ผล 100% ไม่ว่าจะรับประทานเพื่อบำรุงหรือจะรับประทานเพื่อเป็นการรักษาเราก็ควรจะมีวิธีการรับประทานที่ถูกต้องด้วยเช่นกัน

1. วิธีการกินเพื่อการบำรุงร่างกายแบบทั่วไป (แบบประหยัด) วิธีการรับประทานแบบนี้ใช้กับผู้มีร่างกายแข็งแรงอยู่แล้ว และอายุยังไม่มาก คือช่วงอายุประมาณ 30 อัพกำลังดี ให้รับประทานตอนเช้าวันละ 1แคปซูลตอนท้องว่าง ๆ กับน้ำอุ่น ๆ เต็มแก้ว 1 แก้ว เพื่อให้ร่างกายของเราสดชื่นตลอดวัน จะทำให้เลือดสะอาด ปรับสมดุลความดันให้ปกติ ลดอาการภูมิแพ้ แก้โรคไต หรือจะรับประทานช่วงเวลาก่อนนอน เพื่อการหลับลึก หลับสบาย หลับสนิท และตื่นมาเราก็จะสดชื่นอีกด้วย
2. วิธีการรับประทานเพื่อการบำรุงสุขภาพโดยทั่ว ๆ ไป สำหรับผู้สูงอายุ คือช่วงอายุประมาณ 50 อัพ รับประทานวันละ 2 แคปซูล เช้า – เย็น ในช่วงเวลาท้องว่าง ผู้สูงอายุ คือ ผู้ที่อยู่ในช่วงเวลาที่ร่างกายเริ่มอ่อนแอลง จากการใช้งานมานาน ประกอบกับการเสื่อมของอวัยวะ
3. วิธีการรับประทานเพื่อการรักษา การรับประทานแบบนี้จำเป็นต้องใช้ยาจำนวนมาก รับประทานวันละ 8 – 10 กรัม (วันละ 4 มื้อ, มื้อละ 2 – 4 แคปซูล) รับประทานตามเวลาดังนี้ 9 โมงเช้า บ่าย 3 เพื่อคุมให้ออกฤทธิ์เต็มที่ 24 ชั่วโมง ทานให้ต่อเนื่องจนอาการดีขึ้น และจึงค่อยลดปริมาณยาลง

การรักษาโรคด้วยสมุนไพรอาจไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และอาจจะหายได้ไม่เท่ากัน เราจึงควรหาวิธีการป้องกันไว้ก่อน ดีกว่าปล่อยให้เป็นอะไรมากแล้วค่อยมารักษา และการรักษาจะต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์แผนไทย เภสัชกรแผนไทย หรือผู้ที่มีความเชียวชาญและมีประสบการณ์ในการใช้สมุนไพรในการรักษาโรค

Cr. วรวิทย์ โรจนวิภาต